FUTURE OF BIO POWER


pic3

 

โครงการ

โรงไฟฟ้าพิจิตร ของบริษัท  เอ.ที. ไบโอพาวเวอร์  จำกัด  เป็นโรงไฟฟ้าชีวมวล ขนาด 22.5 เมกะวัตต์ โดยมีสัญญา           ซื้อขายไฟฟ้าแบบ Firm-contract ขนาด 20 เมกะวัตต์ให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย  ( กฟผ. ) ระยะเวลาสัญญา  25  ปี โดยบริษัทฯ ได้เริ่มการซื้อขายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (Commercial Operation) ตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคม 2548โรงไฟฟ้าพิจิตร ตั้งอยู่บนพื้นที่ 151 ไร่ ที่ 96 หมู่ 2 ต.หอไกร อ. บางมูลนาก จ. พิจิตร โดยพื้นที่การใช้ประโยชน์ของโครงการแบ่งได้  ดังนี้

-  หน่วยผลิตกระแสไฟฟ้าและอาคารสำนักงาน  10  ไร่

-  ลานกองแกลบ  40  ไร่

-  บ่อเก็บน้ำดิบ  6  ไร่

-  บ่อเก็บน้ำ(ทิ้ง)หลังการบำบัด  3  ไร่

-  บ่อระเหยน้ำ  23 ไร่

-  พื้นที่สีเขียวและแนวต้นไม้ป้องกันลมล้อมรอบโครงการ  18  ไร่

-  ที่ว่างเปล่า   51  ไร่    ( เป็นพื้นที่สำรองเพื่อทำบ่อฝังกลบเถ้า 40 ไร่ )       

โรงไฟฟ้าพิจิตรใช้เชื้อเพลิงที่จะใช้ในกระบวนการผลิต 2 ชนิด   คือ น้ำมันดีเซล และ แกลบ โดยน้ำมันดีเซลจะ             ใช้สำหรับในช่วงเริ่มต้นของการเดินระบบ  ( Start  up ) เท่านั้นเพื่อทำการอุ่นห้องเผาไหม้มีความร้อนเพียงพอ           และมีอุณหภูมิในระดับที่ต้องการ  เพื่อที่สามารถลำเลียงแกลบซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักเข้าทำการเผาไหม้ต่อไปได้

คุณสมบัติและองค์ประกอบของแกลบเมื่อนำมาเป็นเชื้อเพลิง มีค่าของคาร์บอน(C) : ไฮโดรเจน (H) : ไนโตรเจน (N) : กำมะถัน  (S) เท่ากับ 40 : 5.2 : 2 : 0.1 ดังนั้นเชื้อเพลิงแกลบที่โครงการเลือกใช้จึงมีความเหมาะสมเนื่องจากเผาไหม้   ได้ดี  มีองค์ประกอบของคาร์บอนอยู่สูงและก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศจำพวกซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2)                     ที่มักพบจากเชื้อเพลิงประเภทถ่านหินน้อยมาก

โรงไฟฟ้าพิจิตร ได้เลือกใช้เทคโนโลยีการเผาไหม้แบบลอยตัว (Suspension - fired)  ซึ่งเป็นระบบที่ใช้อยู่ในโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงแกลบของ บริษัท อะก ริเล็คทริค ในรัฐหลุยส์เซียน่า ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเป็นโรงไฟฟ้าต้นแบบในการศึกษาและกำหนดคุณสมบัติของเครื่องจักรที่นำมาใช้กับโรงไฟฟ้าพิจิตร  ด้วยเทคโนโลยีการเผาไหม้แบบลอยตัว (Suspension - fired)  ทำให้ประสิทธิภาพการเผาไหม้สูง ทำให้ประหยัดเชื้อเพลิงและทำให้เถ้าแกลบมีคุณภาพที่ดี สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายอุตสาหกรรม

โรงไฟฟ้าพลังงานพิจิตรมีการควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างดีด้วย การปฏิบัติตามรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม  ( Environmental Impact Assessment : EIA) ตามข้อกำหนดของสำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม